ความเดิม

ทริปติ่ง 2016] แรลลี่มิตสึนาริ & 三成めし... สามวันแรก

[ทริปติ่ง 2016] แรลลี่มิตสึนาริ & 三成めし... วันที่สี่

[ทริปติ่ง 2016] แรลลี่มิตสึนาริ & 三成めし... วันที่ห้า

ของปีที่แล้วประกอบ 555

ทริปนี้ ไม่ติ่งคงไม่มา ... ตามรอยอิชิดะ มิทสึนาริ [3/3]

เก็บตกจากทริปติ่ง ... ซาเมไง & วัดยามะเดระ

เอนทรี่นี้จบแล้วค่ะ

วันที่ 6

ตารางของวันนี้จะเป็นตามนี้ค่ะ

1. ที่สถานีฮิโคเนะค่ะ

2. วัดโจโบไดอิน(成菩提院)ที่เมืองคาชิวะบาระ

3. เซกิงาฮาระ

4. วัดมัตซึโอะจิ (松尾寺) & เมืองซาเมะไง

5. ปิดท้ายที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทฮิโคเนะ

ไม่แน่นเท่าวันก่อน ออกจากชิลๆหน่อย  แต่เรื่องทำเวลาเพื่อไม่ให้ตกรถยังเหมือนเดิมนะ555 ตามแผนที่นี้เลยค่ะ :D

วันนี้ตอนเช้า เราก็ไม่คิดมาก ก็รีบไปที่ส.ฮิโคเนะ เพื่อไปตามเป้าหมายของวันนี้ ที่แรกคือที่สถานีคาชิวะบาระค่ะ  โดยที่วันนี้จะนั่งไปตามเส้นโทไคโดไลน์  จุดแรกนี้ ก็เพื่อมาเอาตรงประทับกับเยี่ยมชมที่วัดโจโบไดอิน ว่าแต่ทำไมต้องเป็นที่วัดโจโบไดอิน??

วัดโจโบไดอินนี้เป็นที่เก็บบันทึกเอกสารเกี่ยวกับการปฎิรูปเรื่องภาษีที่ดินของมิตสึนาริ เช่น 十三ヶ条掟書 หรือ 九ヶ条掟書เหลืออยู่  คือมันต้องเล่าย้อนความนิด ว่าในช่วงที่มิทสึนาริเป็นเจ้าเมืองซาวะยามะอยู่ได้ ได้มีการตั้งระบบจัดเก็บภาษีที่ดินในเขตเมืองตรงนี้ ก็ โดยที่มีพื้นที่ทดลองสี่เมือง คืออินุคามิ ซาคาตะ อาซาอิ อิกะ  จะเรียกเป็นจตุรัชของท่านจิบุโช(治部少枡)  โดยที่แทนที่จะตั้งเป้าขูดภาษีที่ดินสูงๆ  ก็ให้มีการพิจารณาและการอุทธรณ์ในเรื่องอัตราได้ โดยที่เน้นในส่วนที่ปกป้องสิทธิของชาวบ้านไปพร้อมๆกับค่อยๆสร้างระบบภาษีไปด้วยกัน ซึ่งในยุคที่หลักฐานทุกอย่างมิตสึนาริเคยทำไว้นั้นหาได้ยาก นั้นยังมีเอกสารในส่วนของ บันทึกกฎหมาย13หมวด  หรือ บันทึกกฎหมาย9หมวด เหลืออยู่ที่นี้

และนอกจากนี้เป็นวัดที่เหลือบันทึกหลักฐานว่า ทั้งโอดะ โนบุนากะกับฮิเดโยชิ เคยมาพำนักด้วยค่ะ

ถึงที่สถานีแล้วค่ะ บรรยากาศชนบทสุดยอด555 อันนี้เดินอ้อมสถานีตัดทางรถไฟ ไปทางภูเขาไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงค่ะ

บรรยากาศท้องทุ่ง

ผ่านทุ่งนา มาถึงตีนเขาก็เดินขึ้นไปอีกนิด ตรงนี้ทางแยกไปเขาจะเป็นทางเล็กๆ ที่ถ้าตอนนั้นไม่มีคุณป้าคนนึงเดินผ่านมาให้เราถามทาง เราจะหลุดไปผิดวัดก็ได้ =w=; ขอบคุณจริงๆค่ะ

ถึงแล้ว ที่ตอนเดินมาตอนแรก ความรู้สึกแรกที่คิดคือ...เอออ....โรงไม้เก่า??? คือวิวมันรกระเกะระกะมาก และมีรถกะบะจอดอยู่เต็มเลย555 เรือนที่มีตราประทับเป็นที่อยู่ในรูปค่ะ ส่วนโบสถ์หลัก ที่เราจะเห็นในรูปโปรโมททางเวบนั้นจะอยู่ข้างๆค่ะ (โบสถ์ไม้เก่าๆที่มีเชือกพิธีคาดประตูอยู่น่ะค่ะ) และแน่นอน เราไม่เจอมนุษย์อยู่แถวนั้นซักคน5555 เลยไม่อะไรมาก ดูแล้วก็...ไม่เป็นไรค่ะ เอกสารตรงนี้เห็นในหนังสือแล้ว555 เอาตราปั๊มเสร็จ(7/9) ก็กลับไปที่สถานีเลยล่ะกัน ยังไงเราก็มีเวลาที่สถานีนี้แค่ประมาณ 40 นาทีอยู่แล้วด้วย

 

เสร็จแล้ว ก็รอรถ เตรียมไปสถานีต่อไปค่ะ เซกิงาฮาระ เอาจริงๆก็ไปมาเมื่อปีที่แล้วแล้ว (ความเดิม โหดมันฮา555 😂)
แต่รอบนี้ไปไม่ได้อยู่นานค่ะ แค่มาเพราะอยากแวะที่ร้านขายของหน้าสถานี ที่เพิ่งเปิดใหม่ หลังจากที่เราไป ว่าจะมีอะไรมั้ยนะ ><

ถึงแล้ว ^q^

ตรงนี้แหล่ะค่ะ มาแวะซะหน่อย

แม่ขาาาาา โอ๊ยยย

ไอ้ที่รีแพคเกจจิ้งถ้วยมาม่านี้คิดได้ยังไงคะ55555 มันทุเรศมาก5555 กับรู้สึกว่ากู๊ดส์และของกินเยอะกว่าตอนที่เรามาปีที่แล้วมากๆ หน้าตาแพจเกจดูเป็นสากลขึ้นเยอะกว่าที่ตรงมิวเซียมเก่าเยอะเลย แบบ โอ๊ยย  ทุกอย่างน่าซื้อไปหมด5555555 (ยกเว้นเสื้อเชิ้ตนะคะ รู้สึกไม่มีทางซื้อมาแน่ๆ เพราะไม่กล้าใส่หรอก โว๊ะ5555) แต่ก็คงขันติในใจไว้ ซื้อแค่พวงกุญแจกับพวกเซทโน๊ตmemoมา

ใจจริงอยากซื้อผ้าขนหนูSKGHR WARมาก ดีไซน์มันเลวมากค่ะ แต่เอบแพง กับคงไม่ได้ใช้จริง(มิกล้า5555)

เห็นแล้วว่ายังมีเวลาเหลืออีกประมาณ20นาทีกว่ารถไฟเราจะมา เลยเดินเล่นที่ไปบริเวณศาลจุดฝั่งศรีษะของทัพตะวันออก ฆ่าเวลาอีกนิด ก็เดินข้ามทางรถไฟไปนิดเดียวค่ะ เอาจริงๆนะคะ ตอนเดินข้างนอกอากาศก็สดใสดี แต่ในบริเวณศาลนี้ บรรยากาศวังเวงโคตรๆ ในรูปอาจจะดูไม่น่ากลัวเท่าไร แต่ของจริงมันอึมครึมมากๆ ><

ใกล้ถึงเวลารถไฟมาแล้ว ก็กลับไปที่สถานี เพื่อไปที่ซาเมะไงค่ะ

เอาจริงๆขำตัวเองมาก เพราะไม่ได้คิดเล๊ย ว่าต้องกลับมาที่เมืองนี้อีกรอบ แถมเป็นแถวๆฟาร์มปลากับร้านอาหารนั้นด้วยสิ (ความเดิม) แต่ก็ต้องมา เพราะวัดที่อยู่เลยร้านไปอีกนิด เป็นวัดที่เราต้องไปเอาตราประทับแรลลี่บังคับ ตราที่แปดค่ะ ที่วัดมัทสึโอจิ และก็จะมาทานข้าวเที่ยงที่นี้ด้วย เป็นมื้อ 三成めし มื้อที่ 5 ร้านที่6ของเรา

มาถึงยังต้องรอรถเมล์ซักพัก เราก็ไปสำรวจที่ร้านขายของฝากที่สถานีก่อน เอาจริงๆเมืองนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมีอายุนะคะ รถบัสคณะทัวร์เยอะอยุ่ >< พอดีมาเจอเจ้าレアな三成นี้เป็นกล่องสุดท้ายของร้านพอดี เราเลยตบมาก่อนเลย5555 (แล้วขอให้ร้านใส่น้ำแข็งมาด้วย)

 

จริงๆของร้านขนมยะซากะในเมืองนี้ค่ะ แต่อ่านรีวิวมาแล้วว่าหาได้ที่ร้านตรงสถานีนี้เหมือนกัน เลยพุ่งมาเลย จริงๆก็คิดว่าแอบแพง คือกล่องนี้ 1600 เยนค่ะ แต่ที่ต้องการคือมันเป็นถ้วยที่ประทับตราด้วย รู้สึกว่าเรียบๆแต่เก๋ดีค่ะ เป็นหนึ่งใน 三成めし ที่เราตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะไม่พลาด><

เสร็จแล้ว ก็รอรถบัสอีกแปบแล้วก็ขึ้นเขากันเลยค่ะ xD

 ว่าแต่สาเหตุที่ว่าทำไมต้องเป็นวัดนี้น่ะเหรอ?  เท่าที่เราทราบคือเป้นวัดที่คุณพ่อ แบบอิชิดะ มาซาทสึกุเคยมาจำพรรษาที่นี้ และยังเหลือพวกเอกสารต่างๆอยู่ค่ะ แต่ยังหารายละเอียดเพิ่มเต็มอื่นไม่เจอ

 ลงรถเมล์ที่ป้ายแล้วก็เดินขึ้นเขาไปอีกแปบเดียวค่ะ ตอนนี้ชิลมาก เพราะรถเมล์ขากลับกว่าจะมาก็อีกเกือบๆ 3 ชม.555

 ถึงแล้วค่ะ เดินอ้อมขึ้นไปตรงทางเดินหลังเรือนด้านหน้าไปอีกนิด ก็ถึงแล้วค่ะ

ชอบมากๆด้วยว่าที่ริมทางเดิน จะปลูกเป็นต้นลิลลี่ไว้ตามน้ำด้วย น่ารักมาก ><

เรียบร้อยค่ะ ตราประทับที่แปด (8/9) เหลือแค่ที่สุดท้ายที่ปราสาทฮิโคเนะล่ะ xD

ตอนนี้ก็เที่ยงพอดี ก็มื้อเที่ยงที่นี้ค่ะ ที่ร้านซาเมะไกโร

ขำด้วย ที่ตอนที่คุยกับคนเสิร์ฟ คือคนก็รู้แล้วล่ะว่าเป็นไกจิน ที่นี้ตอนที่เรานั่งรออาหารอยู่ ก็มีครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งเข้าร้านมาพอดี ที่แอบฟังดูคือเป็นพวกvolunteer guideท้องถื่น แล้วที่นี้ลูกสาวเค้า ก็อายุน่าจะประมาณเรานี้แหล่ะ ก็มาคุยด้วย ว่าเป็นคนต่างชาติทำไมถึงมาที่ตรงนี้เหรอ? อนิเม? ก็น่าใช้ เราเลยเล่าไปว่า เรามาแรลลี่มิตสึนาริแหล่ะ เค้าก็อูวอ่า แล้วเม้าท์ต่อด้วยว่า เค้าน่ะเคยรับทำไบท์เป็นคนที่อยู่ในชุดมิตสึนาริคุงด้วยนะ เราว่าสุดยอดเลย ขอจับมือ5555

ที่นี้เธอก็สงสัย(เหมือนทุกๆคนที่รู้ว่าเราเป็นไกจิน) ก็ว่ารู้จักมิตสึนาริจากที่ไหนเหรอ ไอ้เราตอนนั้นก็ยังเก็บอาการเลยแอ๊บว่าจากพวกซีรีย์ จิไดเกกิ  แต่ไปๆมาก็ชอบจากเกมส์เหมือนกันนะ  ตอนแรกเค้าก็เดาแบบรักษามารยาทว่าจากมุโซเหรอ555 เราบอกว่าเปล่า ชอบในบาซาร่าแหล่ะ....จบเลยค่ะ ที่นี้สรุปเม้าท์ไปเม้าท์มา ผีเห็นผีค่ะ 55555 ติ่งเจอติ่ง คือไม่เกี่ยวกับมิตสึนารินะ แต่เค้าเป็นติ่งโทโมคาซึ เซกิ ซึ่งก็เป็นCVที่เราชอบเหมือนกัน ที่นี้ยาวเลย ตั้งแต่กันดั้ม ยันFateถถถถ ที่นี้อาหารเรามาซะก่อน เธอเลยกลับไปที่โต๊ะ

ส่วนนี้เป็นมื้อ 三成めし ที่7ของเราค่ะ

เน้นที่บิวะมัตสึเหมือนเดิม แต่เราติดใจมาที่ปลาอายุเทมปุระเล็กๆจานกลาง(จริงมาๆสามตัว แต่เรากินไปก่อนแล้ว555)  มันเป็นทอดแล้วราดซอสรสเบาเย็นๆ คืออร่อยมากอ่ะ >< ตรงจานต้มซีอิ๋วข้างๆก็อร่อยมาก
ส่วนปลาที่นี้ ก็เหมือนเดิมค่ะ อยู่หน้าฟาร์ม สดไร้ที่ติอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่อบมิโซะนั้นอร่อยเด็ดขาดเหมือนเดิมมากๆ ><

ระหว่างที่เราทานอยู่ เซตของทางนั้นก็มาพอดี ก็ได้ยิน คุณพ่อพูดมาคำหนึ่งที่เราได้ยินแล้วน้ำตาเล็ดมากค่ะ คือเธอเล่าให้คุณพ่อฟัง ว่าโต๊ะนั้นเป็นแฟนมิตสึนาริจากเมืองไทยแหล่ะ คุณพ่อตอบมาว่า

"จะไหวมั้ยเนี้ย (ไดโจวบุกะนะ?)" เราแบบ ทำไมอ่ะค่ะ รู้น่าคะว่าไม่ไหว แต่ก็ใจมันรักอ่ะ  แงงง 555 😂😂😂

แล้วโต๊ะทางนั้นก็ทานเสร็จก่อนเราค่ะ ลุกไปก่อน ส่วนเรานั่งอีกซักพัก ทานเสร็จแล้วล่ะ ดูนาฬิกา ก็เห็นว่าอีกประมาณ 30 นาทีรถเมล์จะมา จะนั่งนานๆก็เกรงใจ เลยเช็คบิล แล้วไปนั่งรอที่ bus stop หน้าฟาร์มปลาเลยดีกว่า   แต่ปรากฎว่าที่นั่งรออุดมด้วยแมงมุม.........ไม่เป็นไรค่ะ เราก็แค่ย้ายที่ไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าฟาร์มปลาก็ได้ว่ะ = =''  ระหว่างที่รอ ก็จัดการ レアな三成 ที่ซื้อมาก่อนขึ้นมาที่เขาให้เรียบร้อย  ก็อร่อยดีนะคะ เป็นครีมชีสเต้าหู้ หอมดีเลยค่ะ ><

รออีกแปบ รถก็มาค่ะ พอถึงสถานี เห้นแล้วว่าวันนี้ยังไงก็เวลาเหลือ กว่าจะไปที่ปราสาทฮิโคเนะ  เราก็เดินเล่นที่ลำธารน้ำที่ซาเมะไกรออีกที่ล่ะกัน ไหนๆครั้งที่แล้วที่มาก็เดินไปไม่สุดทางด้วย ฮี่ๆ ได้โอกาสท้วงแค้น ><

สวยมากกก ไม่เปลี่ยน แล้วรอบนี้แจ็คพ๊อตนิดๆ ที่ดอกไบคาโมะในน้ำบานเยอะกว่าครั้งที่แล้ว แล้วบานเป็นสีชมพูด้วย ><

มาถึงนี้ที่ไม่เกี่ยวอะไร ก็ยังเจอป้ายงานMEET三成展😌

อันที่ศาลเจ้าคาโม(加茂神社) ปลายทางค่ะ
ศาลตรงนี้มีตำนานว่าเป็นตาน้ำที่ยามาโตะทรุใช้ล้างแผลตอนที่สู้กับปีศาจที่เขาอิบุกิ  แน่นอนว่ามีรูปปั้นยามาโตะทาเครุด้วย

ปลายทางแล้วก็รีบกลับ555 เวลากำลังพอดีๆ พอข้ามบันไดไปรอแปบๆ รถไฟกลับฮิโคเนะก็มาพอดี =w=)/

เกือบๆสี่โมง เราก็ถึงที่ฮิโคเนะ เดินจากสถานีไปประมาณ 15 ก็ถึงที่ตัวปราสาทค่ะ เข้าไปอีกนิดก็ถึงแล้ว ที่มิวเซียมของปราสาท ที่เราจะมาเป็นที่เก็บตราประทับตราสุดท้าย ที่ตรงนี้จะมีพาเนลเกี่ยวกับมิทซึนาริในซีรีย์ Sanadamaru อยู่ค่ะ (ซึ่งห้ามถ่ายรูป)

ตอนที่เดินขึ้นบันไดไปนี้ เพลงunicorn ดังมาในหัวเลย555 แบบว่าเหมือนเดิมเลยตรู ไม่บ้าไม่มานะเนี้ย ไม่รักไม่มานะเนี้ย5555 บ้าบุกทุ่ง ไปที่เปลี้ยวๆอยู่5เมือง สุดท้ายแม่งก็ครบ55555 ตอนที่ประทับตราที่นี้คือกดแรงมากกว่าที่ผ่านมาแบบเห็นๆ555

ตอนที่เอาใบตราประทับให้เจ้าหน้าทีดู เค้าก็เอาแฟ้มมาให้ อีนี้คิดว่าไหนๆก็มาแล้ว เลยถามเรื่องรางวัลใหญ่สำหรับคนได้ครบแบบขำๆ พอลงทะเบียน ปรากฎว่าคือไม่ได้จับฉลากตอนนั้นเลย แต่ให้ลงชื่อไว้แล้วจะจะประกาศตอนปลายปี แล้วต้องขอที่อยู่ไว้ด้วย เราก็ถามแบบซื่อๆไปว่า ถ้าเป็นคนไทย ก็เขียนที่อยู่ในไทยได้มั้ยคะ? หรือไม่ได้เลย(ก็ไม่เป็นไร)  ปฎิกริยาเหมือนที่ผ่านมาค่ะ เหมือนกันทุกที่...ว่าหลอนเป็นไกจินเหรออออ ??

"นี้เก็บครบเลยนี้ยอดมากเลยนะคะ นี้เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นเหรอ ถึงได้มาน่ะ"

"ป่าวค่ะ มาเที่ยวค่ะ เอาจริงๆคือมาที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ เพื่อแรลลี่นี้เลย"

"สุดยอด (ทำหน้าตกใจมาก) นี้ขับรถไปตามเก็บเหรอ หรือยังไงนะคะ?"

"นั่งรถไฟกับรถบัสไปเรื่อยๆน่ะค่ะ"

"สุดยอด (ทำหน้าตกใจมากกว่าเดิม)"

แต่เค้าก็โอเคนะคะ ให้ลงทะเบียนที่อยู่ประเทศไทยแล้วก็เอาเบอร์ลงทะเบียนมา แล้วก็ว่าช่วงเดือนธค. ก็รอติดตามทางเฟสบุ๊คได้นะ แต่ก็มันไม่กี่ชิ้นแหล่ะเนอะ  ก็มันยากนะที่จะได้น่ะ  แต่อินี้ตอบแบบหน้านิ่งมาก

"ว่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ที่มาแล้วสนุกก็คุ้มแล้ว เพราะว่าชอบในตัวท่านมิตสึนาริ  แค่นี้ก็พอแล้ว"
(ตอนที่ตอบแบบนี้ไปนี้ รู้สึกพลังติ่งในตัวตอนนั้น overload มาก😂)

เอาจริงก็ไม่คิดว่าจะได้อะไรหรอก เพราะงานนี้มาแบบสนุกๆจริงๆ แค่ได้มาติ่งก็พอใจแล้วล่ะ xD
แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเกลียดเหมือนเดิม คือเราก็ไปถึงแค่มิวเซียมของปราสาทหน้าทางเข้าค่ะ ก็ยังไม่ได้เข้าไปที่ปราสาทฮิโคเนะซะที 5555

พอเสร็จงานตรงนี้แล้ว ก็มาทานมื้อ三成めし อีกอันค่า ที่ร้าน 四季菜(ตอนแรกหาไม่เจอ จนเพิ่งรู้ว่ามันอยู่ที่ชั้นบนของห้างแถวๆสถานี)

 อาจจะเพราะไม่ได้คาดหวังมั้ง แต่อร่อยเกินคาดแฮะ เป็นข้าวหน้าหมูทอดที่อร่อยเลยล่ะ
(กับคะแนนโบนัสที่ไข่นกกระทาที่วาดเป็นรูปหน้าท่านมานั้น แบบ จะฮาไปไหนคะ55555555555555)

 กับมาที่โรงแรม ตอนเย็นก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ทริปนี้นับว่าปริ่มเปรมมากพอล่ะ ^q^ ก็เตรียมเก็บกระเป๋า แต่เดียวพรุ่งนี้ยังไงตอนเช้าว่าง เลยว่า จะไปเก็บตกที่เขาชิซุกะทาเคะที่ถูกเทในวันที่ห้าล่ะกัน

 

 

 

 

วันที่ 7
วันสุดท้าย เดียวบินกลับวันนี้ค่ะ

วันนี้ตอนเช้า เราก็ไม่คิดมาก ก็เช็คเอาท์ฝากกระเป๋าไว้ แล้วรีบไปที่ส.ฮิโคเนะเตรียมไปตามส.เป้าหมายของวันนี้ โดยที่วันนี้ต้องเปลี่ยนรถที่สถานีไมบาระ โดนที่รอรถนานหน่อยประมาณ 20 นาที เลยเดินเล่นในโซนสถานีไปมาๆ และสิ่งที่เจอคือ...

 

แม่ขาาาาาาาาาาาาาาาาาา

นี้มันอาร๊ายยยยยยยยยย 

มันอะร๊ายยยยคะ นี้มันอัลไลลลล 

คือเนื้อหาโคตรติ่งงงงง

จ.ชิงะคะ? ถามจริงๆ ครีเอทีฟแคมเปญนี้ของคุณมีความติ่งมากมายเท่าไรคะเนี้ย ตั้งแต่ CMโปรโมตทั้งสองตัวนั้นแล้วนะ แบบว่าคิดได้ยังไงงงงงงง กล้าทำออกมาได้ยังไง555555 แล้วยังมาป้ายนี้อีก ความโคตรของโคตรจะติ่งนี้มันอะไรวะคะ เข้าใจค่ะว่ารัก แต่ว่านี้มันไม่ไหวแล้วนะ ติ่งยอม 555555

แปลบางอันนะคะ

"คุณธรรมของท่านมิตสึนาริยังไงก็เคารพรักนะคะ"

"รักแนวทางการใช้ชีวิตของมิตสึนาริซังมากๆ!"

"มิตรภาพของมิตสึนาริกับโยชิทสึกุ ช่างงดงามสุดๆจริงๆ"

"มิตจ๊างงง♥"

"จากใจ ยังไงชั้นก็รักแต่ทัพตะวันตกนะ"

"จิตใจนี้ ยังไงก็ประทับไปกับตราไดอิจิ ไดมอน ไดคิจิ"

"มาที่แถบโอมิ ไมบาระนี้ เพราะความรักที่ที่มีส่งให้คุณ"

"อยากให้มีซักวันที่เป็นละครไทกะของมิตสึนาริน้า"

"อยากให้คนรับรู้ถึงคุณธรรมและความภักดีของท่านมิตสึนาริเยอะๆจัง"

"ผู้ชายที่มีความภักดีแบบบุรุษอยู่ในตัว"

"อ๊าา ไม่อยากดูตอนเซกิงฮาระเลยย (  ´Д`)。*"

 

โคตรจะติ่ง ติ่งสุดๆของความติ่ง ติ่งหนักแบบที่เรายังเป็นติ่งเรายังไม่กล้าพิมพ์ออกมาเลยนะ55

เสียดายว่า ทำไมเราเพิ่งเห็นว่ะค่ะ โอ๊ยยย จะออกจากที่กั้นสถานีก็ใช่ที นี้มาเห็นเพราะว่าวันนี้รอรถนานนะเนี้ย คือจริงๆ มารอบนี้เราเปลี่ยนรถที่สถานีไมบาระบ่อยมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแนวทำเวลา ไม่ค่อยได้ออกมาถึงตรงนี้เท่าไร โอ๊ยยยย  จะเป็นลม แต่ก็พยายามอย่าติ่งมาก ต้องขึ้นรถไปที่สถานีต่อไปแล้ว ><

ก็ไปที่สถานีคิโนะโมะโตะอีกครั้ง เช้านี้ไม่ถูกรถเมล์เทค่ะ5555 ก็ขึ้นไปที่ตีนเขาโดยที่ลงสถานีโอโตะ (อันนี้มีเรื่องความเด๋ออยู่อีกเรื่อง เพราะตอนนั้นเห็นคันจิแล้ว ง้างถามคนขับไปเลยว่า รถคันนี้ผ่านป้าย ไดออนมั้ยคะ... คนขับทำหน้างงไปสิบวิ แล้วก็ร้องอ๋ออออ โอโตะ...  ค่ะ........อะเครค่ะ นู๋อ่านผิดเองง อายมากกกก)

ลงจากป้ายแล้ว ก็เดินต่อไปอีกนิดค่ะ เลาะทางเดินริมเขาแล้วผ่านรร.ประถมแถวนั้นไปก็ถึงละ ลิฟท์ขึ้นเขาชิซุกะทาเคะ

ค่าขึ้นแบบไปกลับ 800 เยนค่ะ เอาจริงๆ ที่เขาตอนนี้ก็กิจกรรมแรลลี่ของโซนนี้อยู่เหมือนกันนะ แต่เรามาแค่ไม่นาน เลยแค่เอามาอ่านเฉยๆค่ะ  คุณลุงเจ้าหน้าที่ยัดเอกสารมาเยอะอยู่ แอบเกรงใจมาก เพราะเราคงไม่ได้ไปอ๊า ;w; ขอโทษด้วยนะคะ

 

เนื่องจากเป็นคนที่กลัวความสูงเล็กๆ และเก้าอี้มันเป็นแค่เก้าอี้กระเช้าเล็กๆ ไม่มีอะไรล๊อกเลย.... ตอนประมาณ 10 วินาทีแรกนี้เราเกรง ขาเย็นเลยถถถถถ ระหว่างเสามีป้ายบอกว่าห้ามกระโดดลงไปนะ หรือแบบ ใครที่สติดีมันจะกระโดดลงไปคะะะะ

แต่พอนั่งไปซักพักก็ดึมด่ำบรรยากาศได้ค่ะ วิวสวยดี สบายดีด้วยที่ไม่ต้องไต่เอง5555 เอาจริงๆ ค่าขึ้นไป-กลับ800เยนนี้เราว่าไม่แพงเลยด้วยล่ะ  แถมระหว่างทางมีเพลงเปิดคลอญี่ปุ่นๆด้วย บรรยากาศสุดยอดมากค่ะ

พอถึงที่สถานีบนเขาแล้ว ต้องเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 20 นาทีก็ถึงที่ยอดเขาที่เป็นจุดชมวิวค่ะ ก็เหนื่อยนิดๆ ทางเดินยากเล็กๆ แต่ถ้าเทียบกับทางเดินที่เขาซาวะแล้ว ทางนี้เป็นเส้นทางดีๆ เดินง่ายมากๆไปเลย =w=;

ระหว่างทางจะมีสแตนด์ของขุนศึกในศึกนี้ตั้งเป็นระยะๆค่ะ

 

ถึงแล้วค่า วิวสวยโคตรรรรรรรร

อันนี้เป็นรูปปั้นคุณคุโรดะ คันเบย์นั่งเปื่อยเหนื่อยหลังจากเสร็จศึก (เอาจริงๆที่นี้เป็นบริเวณของสุสานที่ทำพิธีของสกุลคุโรดะนะคะ จะมีสถานทีที่เกี่ยวกับสกุลคุโรดะเยอะมากๆ)

ตรงนี้เป็นวิวทางที่ทะเลสาบโยโกะค่ะ

เสร็จแล้วก็เดินกลับมานั่งลิฟท์ขาลงค่ะ

ขากลับมีความชิบหายเกดขึ้นนิดหน่อยค่ะ คือเราจำได้ว่ารถขากลับมันจะมาตอน 11:55 ตอนประมาณ 50นิดๆ เราก็เดินมาจะถึงที่ป้ายรถไฟล่ะ ปรากฎว่าตอน 11:53 รถเมล์ก็ขับผ่านหน้าเราไป.......... (เราดูเวลาเพราะจำได้แม่นเลย.........)

....ทำไมพี่มาก่อนเวลาว่ะค่ะ จอดรอหน่อยก็ไม่ได้ ; 7 ;

แล้วไปดูเวลาคันต่อไปก็คือตอนบ่ายสอง.... OMG ....
ชิบหายค่ะ ชิบหายขั้นรุนแรง จะรอรถคือไม่ได้แน่ๆ มีความเสี่ยงว่าจะไปซื้อของที่โอซาก้าไม่ทัน
จะเดินไปก็ประมาณ 13 กิโลกว่าๆ.... เหี้ย... เหี้ยมากๆ....

สรุปคือเดินไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์นับเลี้ยงเด็กแถวๆนั้นที่ยังเปิดอยู่ ให้ช่วยโทรหาแท็กซี่ให้ ต้องขอบคุณและขอโทษที่รบกวนจริงๆ ><  แต่พี่ๆที่นั้นน่ารักมาก คือเราก็เล่าไปแบบซื่อๆเลยจริงๆ ว่าเป็นนักท่องเที่ยวมาเขาที่ตกรถ... คุณลุงคุณพี่สาวในนั้นก้ช่วยเราแบบน่ารักดีจริงๆ ต้องขอบคุณจริงๆ (แอบจดที่อยู่มาด้วย เดียวจะส่งของขวัญไปขอบคุณอีกที ><)

สุดท้ายก็ถึงที่สถานีแบบโอเค หมดค่าแท็กซี่ไปพันกว่าเยน แต่เรายอม...รถเมล์เมืองคิโนโมะโตะ เราจะจำไว้เลย....


บ๊ายบายนะภูเขาซาวะ คิดว่าคงไม่มีครั้งที่สามแล้วล่ะ55555

สุดท้ายก็ไม่มีอะไรค่ะ ก็ไปเอากระเป๋า คุณเจ้าของรร.ก็มาส่งอีกรอบ ^0^ แล้วก็นั่งรถกลับไปที่โอซาก้า ถึงที่โอซาก้าประมาณเกือบๆห้าโมง) ไล่ตามช๊อปปิ้งตามลิสต์ที่ที่บ้านฝากมาที่โอซาก้าแล้วก็ไปที่แอร์พอร์ตกลับบ้านค่ะ จบทริปโดยสวัสดิภาพไปอีกครั้ง xDD

 

ถ้าปีหน้ามีอะไรแบบนี้อีก เราจะกลับมาที่ฮิโคเนะเป็นครั้งที่สามอีกมั้ยเนี้ย กร๊ากกกกก

แต่ ตอนที่กลับมานั่งอ่านหนังสือที่ซื้อมา กลับเพิ่งเห็นว่าทางการเมืองมีอัพเดทอีก พวกเมนูอาหาร หรือว่ารายละเอียดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอีก เห็นแล้วแค้นนน o<-<