เก็บตกกับสองเมืองเล็กๆ ที่เราไปมา ในทริปติ่งในสามเอนทรี่ก่อนหน้าค่ะ

บอกเลยว่า2สถานที่นี้ ไม่มีมีความใกล้กันในเรื่องระยะทางเลยซักนิด แต่ก็ไปเพราะอยากไปทั้งคู่55555
 
ซาเมะไง (醒井)
 
ซะเมะไง เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งในจังหวัดชิงะ  hubการเดินทาง ในสมัยเอโดะที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการที่เป็นจุดที่มีลำธารและทางน้ำที่ใสสะอาด จึงเป็นจุดแวะพักที่เป็นที่นิยมในสมัยโบราณ
 
จริงๆที่มาเมืองนี้เหมือนถูกหวยกะของแถมมากกว่า เพราะเป้าหมายจริงๆที่ๆคือ ฟาร์มปลาเทราท์ ในเขตเมืองนี้ค่ะ แล้วตอนที่หาข้อมูลพบว่าเมืองนี้มีดีมากกว่านั้นแฮะ แต่อย่างแรกที่เราเจอคือ เมืองนี้ไม่ดังค่ะ 555 ไม่ต้องไปหารีวิวในพันทิป เพราะเราหาแล้วไม่มีใครไป ไม่ดังอย่างแรง แต่สำหรับเรา เมืองนี้น่ารักและมีเสน่ห์กว่าเมืองท่องเที่ยวที่เราไปมาหลายๆเมืองเยอะมากๆ ค่ะ
 
ตอนเช้า เราcheck out จากโรงแรม ออกจากฮิโคเนะก่อนและค่อยเอากระเป๋าไปทิ้งไว้ที่locker ที่สถานีไมบาระ เพราะจริงๆเดียวเราต้องกลับมาที่สถานีนี้อีกครั้ง เพื่อนั่งชินคังเซนไปโตเกียว แล้วต่อรถมาที่สถานีSamegai จากJR tokaido line อันนี้เฉพาะสายlocalหวานเย็นนะคะ 
 
ถึงสถานี แล้วค่อยต่อรถบัสไปที่ฟาร์มปลาค่ะ ตอนที่มานี้ถ้าใครจะมาแนะนำว่าให้ดูเวลาให้ดีๆนะคะ เพราะมีรถค่อนข้างน้อย...ถ้าพลาดที่นี้ยาวเลย...
 
เมืองนี้มีเหมืองหินแฮะ
 
 
นั่งรถนี้บรรยากาศขึ้นเขามาก แบบว่าเลาะริ่มลำธาร ตามเส้นทางเข้าสู่ในป่าในดอย
 
ฟาร์มปลาเทราต์ซาเมะไง (滋賀県醒井養鱒場)
website : http://samegai.jp/
 
เป็นจุดที่เราตั้งเป้าจะมาในทริป ไม่น้อยไปกว่าเซกิงาฮาระเลย เพราะเป็นคนที่ชอบกินปลา555 (เกี่ยวมากๆ)
 
ค่าเข้าราคา 500 เยนค่ะ
มาถึงที่หน้าเข้าฟาร์ม บรรยากาศดีมากๆค่ะ เอาจริงๆกลิ่นปลาลอยฉุ่ยมาตั้งแต่ที่หน้าทางเข้าด้วยซ้ำ
 
เหมือนเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเมืองเค้าในวันหยุดอ่ะค่ะ มีหนุ่มๆมาตกปลาในนี้กันเยอะอยู่
 
เห็นแล้วแอบตกใจว่าในทะเลสาบบิวะมีพันปลาเทร้าท์อยู่เยอะแฮะ ><
จริงๆ เห็นมีป้ายโชว์กรีดท้องเอาอิคุระด้วย แต่เรามาไม่ตรงวัน YwY อยากดู
 
จุดหนึ่งที่เราแอบประทับใจมากๆ คือระบบการเลี้ยงของฟาร์มนี้ คือที่เราดู ในช่วงที่เป็นการอนุบาลปลานั้น มีการเลี้ยงในกระชังค่ะ แต่พอโตแล้ว ก็จะย้ายลูกปลามาเลี้ยงในบริเวณที่เป็นธารน้ำไหล ให้ปลาได้มีการว่ายทวนกระแสน้ำ
 
เนื่องจากดูร้านอาหารในนั้นยังเตรียมไม่เสร็จและดูร้างมาก เราเลยออกมา แล้วว่าจะไปหาอะไรทานที่แถวๆสถานีแทน เพราะที่นั้นในเวบของหมู่บ้านว่าของกินเยอะอยู่ ว่าแล้วไหนๆก็มีเวลาเหลืออีก 50กว่านาทีกว่ารถจะมา ก็เดินย้อนขึ้นเขาเรย์ซังซักหน่อย ฆ่าเวลา
 
ก็เจอกับป้ายนี้ก่อนแล้วล่ะ คือเป็นแนะนำร้านอาหารบนเขากับวัดแถวนี้ค่ะ
 
 
ซาเมะไงโร 醒井楼 http://tabelog.com/shiga/A2504/A250401/25000734/
 
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เราเจอ แล้วให้คะแนน Service mindของคนญี่ปุ่นเกินร้อยมากกกกกกกกกกกก
 
ตอนที่เราเดินไปถึงหน้าร้าน คุณป้าในร้าน(note1 ใส่ยูกาตะ) ออกมารับพร้อมกับใส่เมนู (แล้วคุณป้าก็เดินเข้าร้านไป) แต่เพราะมื้อเช้าซัดมาเต็มคราบที่รร.ก็ยังไม่ค่อยหิวเท่าไร บวกกับราคาอาหารค่อนข้างแพง คือสตาร์ทที่ 5000เยน ซึ่งถือว่าเกินงบเราไปพอควร เราเลยเอาเมนูวางไว้ที่หน้าร้าน แล้วก็เดินออกมา
 
ปรากฎ เดินออกมายังไม่ทันพ้นเขตลานจอดรถเลยค่ะ อยู่ๆก็มีรถเก๋งขับตามเรามา =[]=;; !?!?!??!!!
 
ไอ้เราก็งงว่าเราลืมอะไรเหรอ?? สรุปว่าเป็นคุณป้าท่านนั้นขับรถตามเรามาค่ะ555
 
ป้าแกก็ถามเราว่า ปัญหาอะไรเหรอป่าวจ๊ะ ราคาแพงไปมั้ย?? 
 
เราก็อ๊อมแอ๊มไปว่า ก็ใช่ค่ะ =/////= แล้วคือยังอิ่ม  แล้วมีแต่เซทใหญ่ๆ คงไม่สะดวก
 
แต่คุณป้าเค้าว่า เค้าสามารถจัดเซทเล็กๆให้เราได้นะ คือยังไงก็อยากให้มากินที่จริงๆ มีงบประมาณที่เท่าไรเหรอ?
 
ในใจตอนนั้น นี้คิดว่า คุณป้าครัชช คุณป้า HARDSALE โคตรๆ แต่แบบนับถือในแรงใจมากค่ะ สุดท้ายเลยยอดแพ้ไป ว่าตอนนี้ไหวที่2000เยนล่ะกัน...
 
คุณป้าเค้าก็ว่าโอเค! ให้เราขึ้นรถมา ! ! !
 
....ณ โมเม้นต์นั้น โคตรนับถือจิตวิญญานคนญี่ปุ่นเลยจริงๆค่ะ (/ ; ▽ ;)/
 
อาหารเซ็ทเล็กราคา 2000 เยนที่เราได้มามีตามนี้ค่ะ
น้ำกระเจี๊ยบที่มาเป็นcomplimentary ค่ะ
เป็นอีกอย่างที่ชาวซาเมะไงภูมิใจมาก เพราะคุณป้าบอกว่า อันนี้จะอร่อยเป็นพิเศษ ไม่เหมือนของในเมือง เพราะน้ำของซาเมะไงเรานั้นไม่เหมือนใคร จะหวานมากจ๊ะ
 
ก็หวานอร่อยจริงๆอ่ะค่ะ ><
 
ซาชิมิปลาเทร้าท์ สดมา(กกกก)
 
กดแล้วเข้าใจความแตกต่างของเนื้อปลาแซลมอลกับปลาเทร้าท์ชัดโคตรๆ เนื้อปลาอันนี้จะออกกรุบๆ มากกว่าแซลมอนที่จะมันๆและนิ่มกว่า
 
 
ปลาเรนโบว์เทร้าท์กับเห็ดนึ่งมิโซะ
 
จะมีพวกข้าวอบ โซบะ ปลาย่างอีก  ถ้าพูดจริงๆ เราก็ว่าแพงแหล่ะ555 (ตอนไปโตเกียวไปซัดบุฟชาบูราคาแค่ 1580เยนเอง5555) แต่ที่เราได้รับมามันมากกว่านั้น คือเรื่องบรรยากาศ เรื่องราว และการบริการ สรุปเป็นอีกมื้อที่เราประทับใจมากๆ
 
วิวจากกระจกที่นั่งของร้าน  ถ้าเป็นในฤดูใบไม้ร่วงคงสวยมากๆ
 
ไม่พอค่ะ เรื่องราวepic storyของคุณป้าเค้ามันยังไม่จบแค่นั้น คือตอนนั้นเพราะเวลาไม่มีแระ อีก20นาทีรถบัสกลับที่สถานีรถไฟจะมาแล้ว แล้วถ้าพลาดคันนี้เราต้องรออีกสองชม. เราเลยไม่ได้กินแบบ อภิเชษย์กับอาหารเท่าที่ควร(ขอโทษด้วยค่ะ) แล้วตอนที่เช็คบิล คุณป้ายังชวนคุยต่อ เพราะเหมือนไกจินเป็นแรร์ไอเทมในเมืองนี้มากๆ555 เราเลยต้องขอโทษแล้วตัดบทว่า นู๋จะตกรถบัสแล้วค่ะ ;w;  คุณป้าทำหน้าตกใจแล้วว่า ทำไมไม่รีบบอก! แล้วก็ลากเราขึ้นรถไป แล้วก็มาส่งเราที่ป้ายรถบัส แล้วก็ว่าโชคดี เดินทางปลอดภัยนะ \\(; 7 ;)//
 
รอบนี้ยอมใจและservice mindของคนญี่ปุ่นจริงๆค่ะ \\(; 7 ;)//
 
ตอนมาแถวๆหน้าสถานี ปรากฎ...ฝนตกเริ่มค่ะ ... เรามีร่มก็จริงแต่ก็ขี้เกียจเดินนานๆ ก็ว่าจะไปดูทางเดินเมืองเก่าริมลำน้ำของซาเมะไงแถม แล้วค่อยกลับไปที่สถานีรถไฟล่ะกัน
 
 
ถ้าไม่ติดว่าฝนตก เราว่าที่นี้ชนะเมืองการท่องเที่ยว ที่เอาเรื่องเมืองเก่ามาเป็นจุดขายแบบมาก เพราะบรรยากาศที่ไม่พลุกพลาน และมันยังเป็นเมืองเก่าที่คนอยู่จริงๆ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเฟคๆ
 
ร้านของฝากที่นี้ก็น่ารักค่ะ><
 
สรุปประทับใจหมู่บ้านนี้มากกกก
 
 
วัดยามะเดระ 山寺
 
อันนี้เป็นเดย์ทริปในวันที่6ของทริปค่ะ คือรู้สึกอยากไปมาก แล้วก็อยากแวะที่เซนไดพอดี เลยสรุปว่ามาที่นี้ล่ะกัน
 
วัดยามะเดระ เป็นวัดโบราณตั้งแต่ยุคเฮอัน และขึ้นชื่อจากบทกวีของกวีชื่อดังอย่าง บาโช ในแง่ของวัดบนภูเขาที่วิวทิวทัศน์ที่งดงามเป็นเลิศ
 
หน้าสถานีเซนได

...
ถ่ายรูปไปงั้นอ่ะค่ะ จริงๆไม่ได้แวะที่ไหนในเซนไดเลย 555555
 
มาต่อรถสาย Senzan  เพื่อไปที่ยามะเดระ  เพราะจริงๆยามะเดระนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใน จ.ยามะงาตะ
 ตามความหมายเลยว่ารถไฟสายเซียนภูเขา(仙山線) 55555 คือที่นั่งมาวิวระหว่างทางสวยมากมาย ไต่เขาไปบำเพ็ญพรตไงงั้น555 
 
จนมาถึงที่สถานีแล้วค่ะ ยามะเดระ
 
 
และเนื่องด้วยในเขตยามะงาตะนั้นมีของดีประจำถิ่นคือเชอร์รี่ เราเลยจัด Hi Chew เกนเทย์รสเชอร์รี่ มาลองหน่อย  เจ้านี้เป็นเหมือนEnergy Barตลอดวัน จนกว่าจะได้กินมึงกลางวันเลย >< 
(เพราะมื้อเช้าก็แค่ข้าวปั้นจากFamily Mart....................)
 
เดินจากสถานีไปประมาณ10นาที จะถึงหน้าทางขึ้นเขาค่ะ
 
มีค่าผ่านทาง 300 เยน และทางที่ขึ้นไป ต้องเดินขึ้นบันไดทั้งหมด 1,000 ขั้น ไม่มีกระเช้าหรือพาหนะทุ่นแรงแต่อย่างไร แต่ระหว่างทางมีเพื่อนร่วมทางเยอะค่ะ ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติและกลุ่มผู้สูงวัย  ไต่กันไปให้กำลังใจกันไปเรื่อย5555
 
จะมีป้ายบอกเป็นระยะ และดงอาจิไซสีฟ้าแสนสวยเป็นกำลังใจค่ะ5555
 
ให้ที่บ้านดูรูปแล้ว เค้ายังแซวว่า เรามาเมืองจีน ประเภทเขาง้อไบ๊อะไรงี้เหรอ 555
 
จนประมาณบ่ายสามกว่าๆก็กลับมาที่สถานี แล้วนั่งรถไฟกลับไปที่เซนไดค่ะ
 
กลับมาที่สถานี เราทำการresearchมาแล้ว ว่าสถานีเซนไดของกินเยอะมาก555 ร้านดีๆมีอยู่เยอะ
แม้ว่าเราจะไม่ได้ไปกินลิ้นวัวที่เป็นของขึ้นชื่อ แต่สำหรับที่นี้ อาหารทะเลก็เป็นของที่มีชื่อเสียงของเซนได เพราะงั้น...จัดไป555
นี้กินคนเดียวในหนึงมื้อค่ะ55555
 
และที่ขาดไม่ได้คือซึนดะโมจิ5555555555 อร่อยมากกก
 
ต่อจากข้างบน เพราะงั้นไม่ต้องสงสัยว่าเราตัวแทบแตก ตอนที่นั่งชินคังเซนกลับโตเกียว5555
(แต่ก็ไม่วาย นั่งกินเชอร์รี่ที่ซื้อมาบนเขาบนรถอีกนั้นแหล่ะ o<-<)
 
นั่งรถไฟถึงโตเกียวพบว่าฝนกำลังตกอยู่ นับว่าตัดสินใจถูกจริงๆ ที่ไปเซนได (ฮาา)
วันนี้ถือเป็นการปิดทริปที่ดีจริงๆ เอิ๊กก  (เพราะวันต่อไปเราก็แค่วิ่งๆหาของฝากในโตเกียวค่ะ ไม่มีอะไรน่าจดจำเท่าไร =w=)
ปีหน้า อาจจะไปอีก แต่ก็คงเป็นทริปลูกกตัญญูพาคุณแม่ดูดอกไม้แล คงไม่ได้ลุยเดียวด้วยแรงติ่งแบบนี้อีกแล้ว งืออ =w=;
 
PS.
เห็นกล่องนี้ เราถึงกับหัวเราะพรวดในใจ กับความแบบว่า เออ.....สมเป้นเมืองคุณดาเตะจริงๆ5555